วันพุธที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2555

History of Computer (2nd)

            ในปัจจุบันมีการพัฒนาของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มากมาย แต่หลายๆคนอาจจะยังไม่ทราบที่มาว่าคอมพิวเตอร์นั้น เกิดขึ้นมาได้อย่างไร
อะไรคือ "main idea" ให้กับนักคณิตศาสตร์ในการสร้างสิ่งที่เรียกว่าคอมพิวเตอร์ขึ้นมา ผมจึงนำเสนอข้อมูลที่มีภาพประกอบคำอธิบายที่ดูสบายตา ไม่น่าเบื่อ เหมาะกับผู้ที่ต้องการศึกษาแนวทางคอมพิวเตอร์ 


 - แรกเริ่มมนุษย์ดำเนินชีวิตโดยไม่มีการบันทึกสิ่งใด มาจนกระทั่งได้มีการติดต่อค้าขายของพ่อค้าชาวแบบีลอน(Babylonian) การจดบันทึกข้อมูลต่างๆ ลงบน clay tabletsจึงได้ถือกำเนิดขึ้น และอุปกรณ์ที่ช่วยในการคำนวนระหว่างการติดต่อซื้อขายก็ได้ถือกำเนิดขึ้นเช่นกัน อุปกรณ์คำนวณในยุคแรกได้แก่ ลูกคิด(abacus)ซึ่งก็ยังคงใช้กันต่อๆ มาจนถึงปัจจุบัน




ประวัติคอมพิวเตอร์
clay tablets (แผ่นดินเหนียว)








ประวัติคอมพิวเตอร์
ลูกคิด (abacus)





     - ประวัติคอมพิวเตอร์ ดำเนินมาถึง ปี พ.ศ. 2185 นักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ชื่อ Blaise Pascal (แบลส ปาสกาล) ได้สร้างเครื่องกล        สำหรับการคำนวณชื่อ pascaline               ประวัติคอมพิวเตอร์



Blaise Pascal







ประวัติคอมพิวเตอร์
เครื่องกลสำหรับการคำนวณชื่อ pascaline





    - ต่อมาในปี พ.ศ. 2215 เครื่องกล pascaline ของ Blaise Pasca ได้ถูกพัฒนาเพิ่มเติมโดยGottfried Von Leibniz นักคณิตศาสตร์ชาวเยอร์มันโดยเพิ่มสามารถในการ บวก ลบ คูณ หาร และถอดรากได้ แต่ก็ไม่มีผู้ใดทราบว่าเครื่อง pascaline ที่ถูกพัฒนาเพิ่มเติมเครื่องนี้มีความสามารถในการคำนวนแม่นยำเพียงใด





ประวัติคอมพิวเตอร์
Gottfried Von Leibniz





    - ปี พ.ศ. 2336 นักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษ Charles Babbage ได้สร้างจักรกลที่มีชื่อว่าdifference engine ที่มีฟังก์ชันทางตรีโกณมิติต่างๆ โดยอาศัยหลักการทางคณิตศาสตร์ และและต่อมาก็ได้สร้าง analytical engine ที่มีหลักคล้ายเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไปในปัจจุบัน จากผลงานดังกล่าวCharles Babbage ถูกยกย่องว่าเป็นบิดาของคอมพิวเตอร์และเป็นผู้ริเริ่มวางรากฐานคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน 




ประวัติคอมพิวเตอร์
Charles Babbage








ประวัติคอมพิวเตอร์
difference engine








ประวัติคอมพิวเตอร์
analytical engine





    - ปี พ.ศ. 2439 Herman Hollerith ได้คิดบัตรเจาะรูและเครื่องอ่านบัตร 




ประวัติคอมพิวเตอร์
Herman Hollerith








ประวัติคอมพิวเตอร์
บัตรเจาะรู





    - จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2480 Howard Aiken สร้างเครื่องกล automatic calculating machine ขึ้น จุดประสงค์ของเครื่องกลชิ้นนี้ก็คือ เพื่อเชื่อมโยงเทคโนโลยีทั้งทาง electrical และ mechanical เข้ากับบัตรเจาะรูของ Hollerith และด้วยความช่วยเหลือของนักศึกษาปริญญาและวิศวกรรมของ IBM ทีมงานของ Howard ก็ประดิษฐ automatic calculating machine สำเร็จในปี พ.ศ. 2487 โดยใช้ชื่อว่า MARK I โดยการทำงานภายในตัวเครื่องจะถูกควบคุมอย่างอัตโนมัติด้วย electromagnetic relays และ arthmetic counters ซึ่งเป็น mechanical ดังนั้น MARK I จึงนับเป็น electromechanical computers




ประวัติคอมพิวเตอร์
Howard Aiken








ประวัติคอมพิวเตอร์
MARK I





    - และต่อมา Dr. John Vincent Atanasoff และ Clifford Berry ได้ประดิษฐเครื่อง ABC (Atanasoff-Berry Computer) โดยใช้ หลอดสูญญากาศ (vacuum tubes)




ประวัติคอมพิวเตอร์
เครื่อง ABC (Atanasoff-Berry Computer)





    - ปี พ.ศ. 2483 Dr.John W. Mauchy และ J. Presper Eckert Jr. ได้ร่วมกันพัฒนา electronic computer โดยอาศัยหลักการออกแบบบนพื้นฐานของ Dr. Atanasoff electronic computer เครื่องแรกมีชื่อว่าENIAC แม้จะเป็นelectronic computer แต่ENIACก็ยังไม่สามารถเก็บโปรแกรมได้(stored program) จึงได้มีการพัฒนาเป็นเครื่อง EDVAC ซึ่งอาศัยหลักการ stored program สมบูรณ์และได้มีการพัฒนาเป็นเครื่อง EDSAC และท้ายสุดก็ได้พัฒนาเป็นเครื่องUNIVAC(Universal Automatic Computer) ในเวลาต่อมา




ประวัติคอมพิวเตอร์
ENIAC








ประวัติคอมพิวเตอร์
EDVAC








ประวัติคอมพิวเตอร์
EDSAC








ประวัติคอมพิวเตอร์
UNIVAC





    ในท้ายที่สุด หากจะจำแนกประวัติคอมพิวเตอร์ตามยุคของคอมพิวเตอร์(Computer generations) โดยแบ่งตามเทคโนโลยีของตัวเครื่องและเทคโนโลยีการเก็บข้อมูล ก็สามารถจะจัดแบ่งตามวิวัฒนาการได้ 4 ยุคด้วยกัน คือ 

    ยุคแรกเป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้เทคโนโลยีของหลอดสูญญากาศ และการเก็บข้อมูลเป็นแบบบัตรเจาะรู 

    ยุคที่สอง เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้เทคโนโลยีของทรานซิสเตอร์ และการเก็บข้อมูลเป็นแบบเทป ลักษณะเป็นกรรมวิธีตามลำดับ(Sequential Processing) 

    ยุคที่สาม เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้เทคโนโลยีของไอซี(integrated circuit, IC) และการเก็บข้อมูลเป็นแบบจานแม่เหล็ก ลักษณะเป็นการทำงานหลายโปรแกรมพร้อมกัน (Multiprogramming) และออนไลน์(on-line) 

    ยุคที่สี่ เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้เทคโนโลยีของวงจรรวมขนาดใหญ่ (Large-scale integration, LSI) ของวรจรไฟฟ้า ผลงานจากเทคโนโลยีนี้คือ ไมโครโปรเซสเซอร์ (microprocessor ) กล่าวได้ว่าเป็น "Computer on a chip" ในยุคนี้ 

     จะเห็นได้ว่าวิวัฒนาการจากอดีตถึงปัจจุบัน คอมพิวเตอร์ได้ถูกพัฒนาต่อๆ กันมาอย่างรวดเร็วทำให้วิทยาการด้านคอมพิวเตอร์ มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา อาจกล่าวได้อีกว่าโลกของวิทยาการคอมพิวเตอร์นั้นมี การเคลื่อนไหวเสมอ(dynamics) แต่การรพัฒนาดังกล่าวกลับไม่ค่อยยืดหยุ่น(rigid)มากนัก เพราะหากเกิดความผิดพลาด ในกลไกเพียงเล็กน้อย บางครั้งก็อาจเป็นบ่อเกิดปัญหาที่ใหญ่โตมหาศาลได้ นอกจากนี้การพัฒนาคอมพิวเตอร์ยังนับได้ว่าเป็นโลกที่ควบคุมไม่ได้ หรือสามารถจัดการได้น้อย กล่าวคือ ทันทีที่คอมพิวเตอร์ทำงานด้วยโปรแกรม เครื่องก็ปฏิบัติงานไปตามโปรแกรมด้วยตนเอง และขณะที่เครื่องทำงานอยู่นั้นมนุษย์จะไม่สามารถควบคุมได้


ขอขอบคุณเว็ย kapook.com ที่ให้ข้อมูลเหล่านี้แก่เรา

วันพุธที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ITPC 50 Vocabs (1st)

     คำศัพท์ที่เกี่ยวกับ PC หรือ IT ที่ผู้ใช้ใหม่ควรรู้ไว้ครับ

1)  DATA (ดาต้า) หมายถึง  ข้อมูล ทุกสิ่งที่นำเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ 

2) DATABASE หมายถึง ฐานข้อมูล ที่รวมของข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กัน และจัดเป็นหมวดหมู่เพื่อให้ค้นคืนได้ง่าย

3)  DIGITAL หมายถึง  ดิจิตอล, การแสดงข้อมูลในรูปของตัวเลข 

4)  FILE  (ไฟล์) หมายถึง แฟ้มข้อมูล กลุ่มของเรดคอร์ดตั้งแต่ 1 เรดคอร์ดขึ้นไปรวมถึงมีความหมายเกี่ยวพันในเรื่องเดียวกัน เช่น เรดคอร์ดของพนักงานทั้งหมดในบริษัท

5) HARDWARE  (ฮาร์ดแวร์) หมายถึง อุปกรณ์ต่างๆ ที่ประกอบกันขึ้นเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ เช่น จอมอนิเตอร์ เคส ฮาร์ดดิสก์

6)  SOFTWARE  (ซอฟต์แวร์) หมายถึง โปรแกรมควบคุมระบบ โปรแกรมอำนวยความสะดวกหรือโปรแกรมประยุกต์ต่างๆ ( sortware packege : โปรแกรมสำเร็จรูป )

7) LOGIN  หมายถึง การติดต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์

8) LOGOUT หมายถึง การเลิกติดต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ เลิกการใช้งานเครื่อง
คอมพิวเตอร์

9) LOAD  หมายถึง บรรจุ การบรรจุโปรแกรมจากแผ่นจานแม่เหล็กลงสู่หน่วยความจำหลักของเครื่องคอมพิวเตอร์

10) MODEM หมายถึง โมเด็ม อุปกรณ์รอบนอกชนิดหนึ่งซึ่งช่วยให้เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถส่งและรับข้อมูลผ่านทางสายโทรศัพท์ อุปกรณ์สื่อสารข้อมูลมีหน้าที่แปลงสัญญาณจากเครื่องคอมพิวเตอร์หรือเทอร์มินอลเป็นสัญญาณไฟฟ้าส่งผ่านสายโทรศัพท์และเปลี่ยนสัญญาณไฟฟ้ากลับเป็นสัญญาณคอมพิวเตอร์เมื่อถึงปลายทาง ย่อมาจาก “Modulate Demodulator”

11) ON-LINE  (ออนไลน์) หมายถึง การทำงานโดยการติดต่อสื่อสารโดยเครื่อง
คอมพิวเตอร์ การทำงานโดยอยู่ในความควบคุมของซีพียู เช่น เครื่องพิมพ์ ถ้า ON-LINE จะรับข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ จะไปรับข้อมูลจากแป้นพิมพ์

12) NETWORK หมายถึง  เครือข่าย ระบบที่มีการเชื่อมโยงกันระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์

13)  PASSWORD หมายถึง รหัสผ่าน รหัสซึ่งเป็นความลับ รู้เฉพาะผู้ใช้งานเพียงคนเดียวใช้ในการติดต่อระบบที่มีผู้ใช้งานหลายคนเพื่อป้องกันบุคคลอื่นซึ่งไม่มีหน้าที่เข้าถึงโปรแกรม หรือแฟ้มข้อมูล

14)  IP หรือ Internet Protocol หมายถึง มาตรฐานในการติดต่อสื่อสารเลเยอร์ (Layer) ที่ 3 (มาตรฐาน ISO มี 7 Layer) ของเครือข่ายที่ควบคุมกิจกรรมในการติดต่อระหว่างคอมพิวเตอร์ในระบบอินเตอร์เน็ต

15)  IRC หรือ Internet Relay Chat หมายถึง โปรแกรมบริการ ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้อื่นในระบบอินเตอร์เน็ต

16)  ISP หรือ Internet Service Provider หมายถึง ผู้ให้บริการทางอินเตอร์เน็ต โดยคดค่าบริการจากเวลาในการใช้งานในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ อัตราค่าบริการขึ้นกับบริษัทของแต่ละประเทศ ตัวอย่างผู้ให้บริการทางอินเตอร์เน็ตในประเทศไทย เช่น เคเอสซี , ไอเน็ต, เอเน็ต, ล็อกซ์อินโฟ, เอเชียเน็ต เป็นต้น

17)  MIME ย่อมาจาก Multipurpose Internet Mail Extensions หมายถึง มาตรฐานสำหรับระบุชนิดของข้อมูล ซึ่งถูกคิดค้นมาเพื่อการแนบไฟล์ไปกับอี-เ มล์ (E-mail) แต่ต่อมาถูกใช้ในหลายๆ งาน เช่น ระบบเวบ (Web) ด้วย เช่น เท็กซ์/เอชทีเอ็มแอล (text/html) คือ ข้อมูลที่เป็นตัวอักษร และเป็นข้อมูล HTML

18)   SLIP หรือ Serial Lind Internet Protocol หมายถึง ข้อกำหนด หรือวิธีของการเชื่อมโยงอินเตอร์เน็ตแบบอนุกรม โดยผู้ใช้หรือบริษัทใช้สายโทรศัพท์และโมเด็ม (Modem) โดยไม่ต้องผ่าน เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Host computer) เพื่อเชื่อมโยงกับระบบอินเตอร์เน็ตการเชื่อมโยง “SLIP” ต้องเช่าจากผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต (ISP)

19)  TCP/IP หรือ Transmission Control Protocol/Internet Protocol หมายถึง กฏเกณฑ์ หรือมาตรฐานที่ใช้เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ที่แตกต่างกันในระบบอินเตอร์เนต ให้ติดต่อกันได้โดย IP ทำหน้าที่แยกข่าวสาร (Message) เป็น Package ย่อยๆ ส่วน TCP ทำหน้าที่จัด และรวม packets ทั้งหมดเป็นข่าวสาร

20) VOIP  ย่อมาจาก Voice Over IP หรือ Voice Over Internet Protocol หมายถึง เทคโนโลยีส่งข้อมูลแบบเสียง โดยนำข้อมูลเสียงมา แปลงให้อยู่ในรูปของ Packet แบบ IP แล้วส่งไปในเครือข่าย

21) CAD ย่อมาจาก Computer Aided Design หมายถึง การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการออกแบบหรือเขียนแบบเครือข่าย

22) CAI ย่อมาจาก Computer Aided Instruction หมายถึง การประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ในการสอนวิชาความรู้ต่างๆ

23) CERT ย่อมาจาก (Computer Emergency Response Team) หมายถึง องค์การที่รับผิดชอบเกี่ยวกับไวรัสชนิดต่างๆ รวมทั้งบริการส่งอี-เมล์ (e-mail) เตือนภัยต่างๆ ทั้งไวรัสจริง และไวรัสปลอม  ดู http://www.cert.org

24) CIAC ย่อมาจาก Computer incident Adcisory Capability หมายถึง หน่วยงานหนึ่งในอเมริกาที่รับผิดชอบเกี่ยวกับรายชื่อไวรัสในคอมพิวเตอร์ที่มีจริงและที่หลอกเล่น รวมทั้งคำแนะนำต่างๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆ ในแวดวงคอมพิวเตอร์

25) Computer หมายถึง อุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่มนุษย์ใช้เป็นเครื่องมือช่วยในการจัดการกับข้อมูลที่อาจเป็นได้ทั้งตัวเลข ตัวอักษร หรือสัญลักษณ์อื่นที่ใช้แทนความหมายในสิ่งต่างๆ โดย คุณสมบัติที่สำคัญของคอมพิวเตอร์คือ การที่สามารถกำหนดชุดคำสั่งล่วงหน้าได้ หรือโปรแกรมได้เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความถูกต้อง และมีความรวดเร็วหรือเครื่องจักรสมองกล เครื่องมือทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้งานได้หลายอย่าง ตั้งแต่งานพิมพ์เอกสาร บันทึกและประมวลผลข้อมูล คำนวณ การทำบัญชี การใช้เป็นเครื่องมืออัตโนมัติ เป็นสำนักงานอัตโนมัติและใช้เป็นเครื่องมือในการดำเนินงานด้านข้อมูลและสารสนเทศ เป็นต้น คอมพิวเตอร์สามารถแบ่งตามความสามารถในการทำงานได้หลายแบบ ตั้งแต่ไมโครคอมพิวเตอร์หรือคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล มินิคอมพิวเตอร์  เมนเฟรม ไปจนถึง ซูเปอร์คอมพิวเตอร์

26)  Computer Down หมายถึง การที่เครื่องคอมพิวเตอร์ไม่ทำงาน ณ ขณะนั้นเนื่องจากเสีย กำลังซ่อมบำรุง กำลังปรับปรุงระบบใหม่ หรือกำลังพัฒนา(w)โปรแกรมต่างๆ เป็นต้น

27)  Host Computer หมายถึง เครื่องคอมพิวเตอร์หลักที่ใช้เชื่อมต่อกับระบบอินเตอร์เน็ตโดยตรง เรียกว่า “คอมพิวเตอร์แม่ข่าย”

28) SCSI ย่อมาจาก Small Computer  System Interface หมายถึง การเชื่อมโยงแบบสมรรถนะสูงระหว่างอุปกรณ์กับข้อมูลความเร็วสูงกับบัสของเซิร์ฟเวอร์ (Server) สามารถใช้กับอุปกรณ์ภายนอก คล้าย EDIE แต่มีราคาสูงกว่า สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้พร้อมกันมากกว่า 15 ตัวความเร็วสูงและแม่นยำประสิทธิภาพโดยรวมสูงกว่า EIDE

29)  ISP หรือ Internet Service Provider หมายถึง ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต โดยคิดค่าบริการจากเวลาในการใช้งานในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ อัตราค่าบริการขึ้นกับบริษัทของแต่ละประเทศ

30) M-Commerce หมายถึง การทำธุรกรรมต่างๆ ผ่านอุปกรณ์ไร้สาย หรืออุปกรณ์มือถือต่างๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ เพจเจอร์ เครื่องโน้ตบุ๊ค ยกตัวอย่างเช่น เทคโนโลยี WAP(Wireless Application Protocol) และบูลทูธ (Bluetooth)

31)  EDI ย่อมาจาก Electronic Data Interchange หมายถึง กระบวนการที่ช่วยให้องค์กร ทางธุรกิจสามารถแลกเปลี่ยนเอกสารที่เป็นแบบฟอร์มต่างๆ เช่น ใบส่งของ ใบสั่งซื้อ หรืออื่นๆ ในรูปแบบของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทำให้สะดวก รวดเร็ว แม่นยำ ลดเอกสารลงได้มาก รวมทั้งเชื่อมโยงกกับระบบการควบคลุมคลังสินค้าได้ดี

32)  Internet Banking หรือ Web Banking หมายถึง การทำธุรกรรมต่างๆ กับธนาคาร โดยผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เช่น การฝากเงิน ถอนเงิน โอนเงิน หรือ สอบถามยอดเงิน เป็นต้น

33)  WAP ย่อมาจาก Wireless Application Protocol หมายถึง เทคโนโลยีซึ่งสามารถทำให้อุปกรณ์ไร้สายต่างๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ เครื่องปาล์ม (Palm) หรือแม้แต่เพจเจอร์ กลายเป็นอุปกรณ์สำหรับอินเตอร์เน็ตไร้สาย

34)  Dynamic Web Page เป็นเวบเพจ ( Web Page) หรือโฮมเพจ (Home Page) ที่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือรับเปลี่ยนแบบโต้ตอบ โดยขึ้นกับการตอบสนองของผู้ใช้ ที่ใช้ผ่านเวบ เบราเซอร์ (Web Browser) ของผู้ใช้ Dynamic Web Page ทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่าสามารถควบคุมการค้นหาแฟ้มข้อมูล ฐานข้อมูล และการประยุกต์ใช้งานอย่างอื่นๆ การสร้างอาจใช้รูปแบบ (FORM) ของเอชทีเอ็มแอล  (HTML) หรือใช้ซีจีไอ (CGI) หรือใช้ภาษาสคริปต์ (Script) ต่างๆ เช่น Java Script, Jscritp และ VB Script เป็นต้น

35)  Static Web Page หมายถึง เป็นเวบเพจ (Web Page) หรือโฮมเพจ (Home Page) ที่ถูกกำหนดตายตัว จะเปลี่ยนแปลงได้ในกรณีถูกแทนหรือแก้ไขเพิ่มเติมโดยผู้ควบคุมระบบเท่านั้น ผู้ใช้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโต้ตอบ หรือควบคุมการค้นหาข้อมูลในฐานข้อมูลได้

36)  Web, World Wide Web, WWW หมายถึง ระบบบริการในการค้นหาข้อมูล ที่รวมทั้ง (Hypertext) กราฟิก และเสียงในระบบอินเตอร์เน็ตหน้าเวบเพจหนัาแรกของเวบไซต์ที่ปรากฏภายหลังสืบค้นได้แล้ว เรียกว่า โฮมเพจ (Home Page) ส่วนเวบเพจ (Web Page) หน้าอื่นๆอาจเรียกว่า   เวบ ดังนั้น การใช้คำว่า เวบเพจ จึงเป็นคำกลางๆในการเรียกเวบ

37)  Web Server หรือ Web Site หมายถึง เครื่องให้บริการข้อมูลข่าวสารในอินเตอร์เน็ต แก่เครื่องอื่นๆ

38)  URL หรือ Uniform Resource Locator หมายถึง ระบบอ้างตำแหน่งสำหรับ WWW โดย URL เกี่ยวกับวิธีเข้าถึงข้อมูลเซิร์ฟเวอร์ (Server) ที่ต้องการใช้ และไดเรกทอรี่ Directory และไฟล์ที่ต้องการจะใช้บนเซิร์ฟเวอร์

39) Browser หมายถึง โปรแกรมที่ทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าไปใช้งานในเซิร์ฟเวอร์ ที่ให้บริการ เช่น ติดต่อเชื่อมโยงและค้นหาฐานข้อมูลของข่าวสารในระบบ www ของอินเตอร์เน็ต เช่น Netscape, Mosaic และ Internet Explorer เป็นต้น

40)  ADSL ย่อมาจาก Asymmetric Digital Subscriber Line หมายถึง เทคโนโลยีสำหรับส่งข้อมูลในอินเตอร์เน็ต โดยผ่านสายโทรศัพท์ธรรมดา ด้วยความเร็วสูงมาก

41)  Digital Signature หมายถึง ลายเซ็นใช้ยืนยันว่าเอกสารนั้นถูกต้อง ไม่มีการดัดแปลงแก้ไขโดยบุคคลภายนอก เป็นวิธีเพิ่มความปลอดภัยนอกเหนือจากการเข้ารหัส และตรวจสอบความถูกต้องให้กับจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ เอกสารลับ บัตรเครดิต และเงินแบบดิจิตอล สำหรับในประเทศไทย ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนเสนอให้มีกฎหมายรับรองการใช้ลายเซ็นดิจิตอล

42)  ISDN digital modem หรือเรียก ISDN terminal adapter หมายถึง โมเด็มดิจิตอลสำหรับ ISDN สามารถรับและส่งข้อมูลด้วยอัตราเร็วตั้งแต่ 64 Kbps – 128 Kbps
ISDN ย่อมาจาก Integrated Services Digital Network หมายถึง ระบบเครือข่ายแบบดิจิตอลซึ่งสามารถทำการส่งได้ทั้งข้อมูล เสียง และภาพ อุปกรณ์ ต่าง ๆ สามารถเชื่อมเข้ากับ ISDN โดยผ่านตัวเชื่อมแบบดิจิตอล ทำให้ไม่จำเป็นต้องผ่านการแปลงระหว่างสัญญาณอนาล็อก (Analog) กับดิจิตอล (Digital) ด้วยโมเด็ม

43) MIDI ย่อมาจาก Musical Instrument Digital Interface หมายถึง วิธีที่ทำให้อุปกรณ์ดนตรีแบบดิจิตอล สื่อสารกับเครื่องคอมพิวเตอร์ได้

44)  PDA ย่อมาจาก Personal Digital Assistant หมายถึง คอมพิวเตอร์แบบพกพาขนาดเล็กเท่าฝ่ามือ มีโปรแกรมพื้นฐาน เช่น Spread Sheet ต่างๆ ช่วยจดบันทึก และการนัดหมายต่างๆ

45)  Multimedia หมายถึง การใช้สื่อหลายอย่างในการนำเสนอข่าวสารซึ่งใช้ทั้งข้อมูล ภาพนิ่ง วิดีโอ และเสียง รู้จักกันทั่วไปในชื่อ “ มัลติมีเดีย” บางทีเรียก “ระบบหลายสื่อ”

46)  DNS  หรือ  Domain  Name  System  หมายถึง ระบบฐานข้อมูลของชื่อเครื่องและที่อยู่ในระบบอินเตอร์เน็ตโดยมีเซิร์ฟเวอร์  Server  ทำหน้าที่เปลี่ยนชื่อเป็นเลขทางการ   หรือเลขอ้างอิงของเครื่องคอมพิวเตอร์ในระบบอินเตอร์เน็ตที่เรียกว่า “Internet  Protocal  Address”

47)  Fiber  Optic  Network  หมายถึง ระบบเครือข่ายความเร็วสูงที่ใช้เส้นใยแก้วนำแสงและเทคโนโลยีของเลเซอร์ในการส่งข้อมูล

48)  ISDN (ไอเอสดีเอ็น)  ย่อมาจาก  Intergrated  Services  Digital  Network  หมายถึง ระบบเครือข่ายแบบดิจิตอล   ซึ่งสามารถทำการส่งได้ทั้งข้อมูล  เสียง  และภาพ   อุปกรณ์ต่างๆ  สามารถเชื่อมเข้ากับ  ISDN  โดยผ่านตัวเชื่อมแบบดิจิตอล (Digital)  ทำให้ไม่จำเป็นต้องผ่านการแปลงระหว่างสัญญาณอนาล็อก (Analog)  กับดิจิตอล ด้วยโมเด็ม

49)  NIC  หรือ  Network  Interface  Card  หมายถึง แผง   หรือบอร์ดวงจร  สำหรับติดตั้งในคอมพิวเตอร์   เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายได้

50)  VPN  ย่อมาจาก  Vitrual  Private  Network  หมายถึง การเชื่อมต่อโดยใช้ช่องทางสื่อสารพิเศษที่จำลองขึ้นมาชั่วขณะ  ที่เรียกว่า  “Tunnel”  หรือ  “อุโมงค์”  ในการรับ – ส่งข้อมูล   แต่ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นในเครือข่ายสาธารณะอย่างอินเทอร์เน็ต   ซึ่งเป็นโซลูชั่น (Solution)  หนึ่งในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล

    ***ท่านผู้อ่านบางท่านอาจจะรู้คล้าวๆ หรืออาจจะรู้ลึกกว่านี้ แต่ข้อมูลของเรามีไว้สำหรับเพื่อรู้เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทาง
ในการศึกษาต่อไปของผู้ที่สนใจนะครับ ขอบคุณครับ***